มีเวลาสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง ควรใช้ AI ทำอะไรก่อน
ลุงตี่ · 26 ก.ค. 2569 · อ่าน 7 นาที
ลำดับความสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ทำการตลาดเองคนเดียว ใช้ตัวฟรีให้คุ้มก่อน แล้วค่อยเสียเงินเฉพาะจุดที่คุ้มจริง
ปัญหาของเจ้าของธุรกิจที่ทำการตลาดเองไม่ใช่ “ไม่รู้ว่ามีเครื่องมืออะไร” — มันมีมากเกินไปจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้เริ่มอะไรเลย
บทความนี้เรียงลำดับให้ สมมติว่าคุณมีเวลาจริงสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง และยังไม่อยากเสียเงินเพิ่ม
ชั่วโมงที่ 1 — ใช้ AI เป็นคนตรวจ ไม่ใช่คนเขียน
คนส่วนใหญ่เริ่มจากให้ AI เขียนแทน ซึ่งเป็นการใช้ที่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดในช่วงแรก เพราะงานที่ออกมามีกลิ่น AI แล้วคุณต้องเสียเวลาแก้อยู่ดี
สิ่งที่ให้ผลเร็วกว่าคือให้มันตรวจของที่คุณมีอยู่แล้ว ลองแปะหน้าเว็บหรือโพสต์ขายของคุณเข้าไป แล้วถามสามคำถามนี้
- “อ่านข้อความนี้แล้ว คุณเข้าใจว่าธุรกิจนี้ทำอะไร ให้ใคร และไม่รับงานแบบไหน สรุปให้ฟัง”
- “ถ้าลูกค้าอ่านแล้วยังลังเล เขาลังเลเรื่องอะไร ตอบเป็นข้อ”
- “มีข้อมูลอะไรที่คนตัดสินใจซื้อจำเป็นต้องรู้ แต่ยังไม่มีในนี้”
คำตอบข้อสุดท้ายมักเจ็บที่สุดและมีประโยชน์ที่สุด
ชั่วโมงที่ 2 — ป้อนสมองให้ AI รู้จักธุรกิจคุณ
ถ้าคุณต้องเล่าบริบทธุรกิจใหม่ทุกครั้งที่เปิดแชต คุณจะเสียเวลามากกว่าที่ประหยัดได้ วิธีแก้คือเขียนเอกสารเดียวที่เอาไปวางหัวแชตได้ทุกครั้ง ประมาณหนึ่งหน้า A4 ประกอบด้วย
- เราขายอะไร ให้ใคร ราคาประมาณเท่าไหร่
- ลูกค้าตัวจริงคือใคร (อายุ อาชีพ ปัญหาที่เขามี)
- สามเหตุผลที่ลูกค้าเลือกเรา และสองเหตุผลที่เขาไม่เลือก
- คู่แข่งหลัก 2–3 ราย ต่างจากเรายังไง
- คำที่เราใช้ / คำที่เราไม่ใช้ (โทนเสียงแบรนด์)
- ข้อห้าม — เรื่องที่ห้ามพูด ห้ามอ้าง ห้ามสัญญา
ข้อ 6 สำคัญกับธุรกิจไทยหลายสายมาก โดยเฉพาะสายสุขภาพ อาหารเสริม การเงิน และความงาม ที่มีข้อกำหนดเรื่องคำโฆษณาอยู่ ถ้าไม่เขียนข้อห้ามไว้ AI จะเขียนคำที่เกินจริงให้คุณโดยที่มันไม่รู้ตัว
เก็บเอกสารนี้เป็นไฟล์เดียว แล้วก๊อบวางทุกครั้งที่เริ่มงานใหม่ นี่คือความต่างระหว่างการใช้ AI เป็นทีมงานที่รู้จักธุรกิจเรา กับใช้เป็นเครื่องพิมพ์คำที่ไม่รู้อะไรเลย
ชั่วโมงที่ 3 — วัดสถานะตัวเองในสายตา AI
ถามในแท็บไม่ระบุตัวตนว่าลูกค้าที่ยังไม่รู้จักคุณจะได้ชื่อใครกลับไป จดผลไว้ แล้วทำซ้ำเดือนละครั้ง
งานนี้ไม่มีความสนุกเลย แต่มันเป็นอย่างเดียวที่บอกได้ว่างานอีกสองชั่วโมงข้างต้นได้ผลหรือเปล่า
อะไรที่ยังไม่ต้องเสียเงิน
ในช่วง 90 วันแรกคุณยังไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรเลย ตัวฟรีของ ChatGPT, Gemini, Perplexity ก็ทำสามข้อข้างบนได้หมด
สิ่งที่ควรจ่ายเงินเป็นอันแรก (ถ้าจะจ่าย) ไม่ใช่เครื่องมือ AI แต่คือค่าจ้างคนถ่ายรูปสินค้าจริงให้ดูดี เพราะรูปจริงที่ดีเป็นสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้ และมันมีผลกับยอดขายมากกว่าคำบรรยายอีกสิบเวอร์ชัน
กับดักที่เจอบ่อย
ไล่ตามเครื่องมือใหม่ทุกสัปดาห์ — มีคนโพสต์เครื่องมือใหม่ทุกวัน ถ้าคุณลองทุกตัว เวลา 3 ชั่วโมงจะหมดไปกับการสมัครและกดเล่น โดยที่ธุรกิจไม่ขยับ เลือกสองตัวแล้วใช้ให้ลึก ดีกว่าใช้สิบตัวแบบผิว ๆ
ให้ AI เขียนโพสต์รัว ๆ — โพสต์ที่ไม่มีอะไรใหม่ ไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากทำให้คนเลื่อนผ่านเร็วขึ้น ปริมาณไม่ได้ชนะในเกมนี้ ความจำเพาะชนะ
อ่านต่อ
5 กับดักตอนใช้ AI ทำการตลาด ที่เจ้าของธุรกิจไทยเจอบ่อยสุด
ของฟรีที่แพงทีหลัง ข้อมูลลูกค้าที่หลุดไปโดยไม่รู้ตัว คำโฆษณาที่เกินจริง และอีกสองข้อที่ทำให้งานที่ลงแรงมาเสียเปล่า
ตรวจ 30 นาที ว่า AI พูดถึงร้านคุณว่ายังไง
ขั้นตอนวัดสถานะร้านตัวเองในสายตา AI แบบไม่ต้องซื้อเครื่องมือ ทำเองได้ด้วยแท็บไม่ระบุตัวตน กระดาษหนึ่งแผ่น และคำถาม 5 ชนิด
คอนเทนต์ที่ AI ช่วยเขียน แต่ยังเป็นเสียงของคุณ
ทำไมงานที่ AI เขียนอ่านออกว่าใครก็เขียนได้ และวิธีแก้ที่ไม่ใช่การเขียนเองทั้งหมด — อยู่ที่คุณให้วัตถุดิบอะไรมัน ไม่ใช่ที่พรอมป์ต์