ลูกค้าเอาราคาจาก AI มาต่อรองก่อนนัดดูบ้านด้วยซ้ำ

ลุงตี่ · 24 ส.ค. 2569 · อ่าน 11 นาที

ผู้ซื้อบ้านเริ่มถาม AI ประเมินราคาก่อนโทรหานายหน้า บทความนี้อธิบายกลไกและวิธีเตรียมข้อมูลทรัพย์ให้สู้กับตัวเลขที่ลูกค้าถืออยู่ในมือ

สายที่โทรเข้ามาช่วงหลังเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อก่อนลูกค้าถามว่าบ้านหลังนี้ราคาเท่าไหร่ ต่อรองได้ไหม ตอนนี้หลายคนเปิดบทสนทนาด้วยประโยคที่ฟังดูมั่นใจกว่าเดิมมาก เช่น "ผมเช็คมาแล้วว่าทำเลนี้ราคาไม่ควรเกินตารางวาละเท่านี้" ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นตัวบ้านจริงเลยด้วยซ้ำ

บางคนถึงขั้นส่งตัวเลขมาให้ก่อนนัดดู แล้วบอกว่าถ้าราคาที่ตั้งไว้สูงกว่านี้เกินสิบเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ต้องนัดเลย นายหน้าหลายคนเริ่มสังเกตว่าจำนวนนัดดูบ้านจริงลดลง ไม่ใช่เพราะคนถามน้อยลง แต่เพราะคนคัดกรองตัวเองออกไปก่อนตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้างาน

ที่แปลกกว่านั้นคือบางครั้งตัวเลขที่ลูกค้าถืออยู่ในมือก็ผิดพลาดชัดเจน เช่น ไม่นับรวมว่าห้องต่อเติมแล้ว ไม่รู้ว่าตกแต่งใหม่ทั้งหลังเมื่อปีที่แล้ว หรือไม่รู้ว่าที่ดินแปลงนี้มีเอกสารสิทธิ์ที่ดีกว่าข้างเคียง แต่ลูกค้ากลับเชื่อตัวเลขนั้นมากกว่าคำอธิบายของนายหน้าที่ยืนอยู่ในบ้านจริง

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเพราะลูกค้าดื้อหรือไม่ไว้ใจนายหน้ามากขึ้น แต่เพราะก่อนจะคุยกับคุณ เขาผ่านขั้นตอนหนึ่งมาแล้ว คือการถามผู้ช่วย AI ว่าบ้านหรือคอนโดแบบนี้ในทำเลนี้ควรราคาเท่าไหร่ แล้วเขาก็เอาตัวเลขนั้นมาตั้งเป็นเพดานในหัวก่อนคุยกับใครทั้งนั้น

กลไกเบื้องหลัง ทำไม AI ถึงกล้าฟันธงราคาบ้านที่มันไม่เคยเห็น

เวลาคนพิมพ์ถามผู้ช่วย AI ว่า "คอนโดใกล้บีทีเอสแถวนี้ ห้องขนาดสามสิบตารางเมตร ราคาน่าจะเท่าไหร่" ระบบจะไปดึงข้อมูลจากแหล่งที่เจอบนอินเทอร์เน็ต เช่น ประกาศขายที่เปิดเป็นสาธารณะ บทความวิเคราะห์ตลาด หรือกระทู้ที่คนเคยพูดถึงราคาในย่านนั้น แล้วเอามาสรุปเป็นตัวเลขเดียวหรือช่วงราคาให้ดูเรียบร้อย

ปัญหาคือข้อมูลพวกนี้เป็นค่าเฉลี่ยของ "ประเภททรัพย์" ไม่ใช่ค่าของ "ห้องหรือหลังนั้นจริง ๆ" ระบบไม่รู้ว่าห้องนี้อยู่ชั้นสูงวิวโล่ง ไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้เพิ่งเปลี่ยนหลังคาใหม่ ไม่รู้ว่าที่ดินติดถนนสองด้านซึ่งทำให้แบ่งแปลงขายต่อได้ง่ายกว่าเพื่อนบ้าน สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดที่ทำให้ราคาจริงต่างจากค่าเฉลี่ยได้มาก แต่มันไม่ปรากฏอยู่ในข้อมูลที่ระบบหยิบมาใช้

มีคำหนึ่งที่ควรรู้จักไว้คือ grounding ซึ่งหมายถึงการที่ระบบพยายามอ้างอิงคำตอบกลับไปยังข้อมูลที่มีอยู่จริงบนอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่แต่งตัวเลขขึ้นเอง แปลว่าถ้าประกาศขายทรัพย์ของคุณเขียนรายละเอียดไว้น้อย หรือไม่มีใครเคยพูดถึงจุดเด่นของทรัพย์นี้ที่ไหนเลย ระบบก็ไม่มีอะไรให้หยิบมาถ่วงน้ำหนักราคาให้สูงขึ้น มันจะโน้มเอียงไปทางตัวเลขเฉลี่ยของย่านนั้นเสมอ

อีกจุดที่ต้องเข้าใจคือระบบ AI ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ไม่ว่าข้อมูลที่มันมีจะครบถ้วนแค่ไหน มันจะให้ตัวเลขออกมาเป็นช่วง ๆ ที่ฟังดูน่าเชื่อถือเสมอ ลูกค้าที่ไม่คุ้นกับตลาดอสังหาริมทรัพย์จึงมักเข้าใจว่าตัวเลขนั้นคือราคาที่ยุติธรรมแบบตายตัว ทั้งที่จริงแล้วมันคือค่าเฉลี่ยหยาบ ๆ ที่ยังไม่รู้จักทรัพย์ชิ้นนั้นเลยสักนิด

ผลที่ตามมาคือการต่อรองเปลี่ยนรูปแบบไป เดิมทีนายหน้าเป็นฝ่ายอธิบายราคาให้ลูกค้าฟังตั้งแต่ต้น ตอนนี้กลายเป็นว่าลูกค้าเดินเข้ามาพร้อมสมมติฐานราคาของตัวเองแล้ว และนายหน้าต้องเป็นฝ่ายอธิบายว่าทำไมตัวเลขนั้นถึงใช้ไม่ได้กับทรัพย์ชิ้นนี้ ถ้าไม่มีข้อมูลรองรับที่ชัดเจนพอ การต่อรองก็มักจบลงที่ตัวเลขของ AI แทนที่จะเป็นราคาตลาดจริง

เรื่องที่ยังตอบไม่ได้ชัดคือระบบแต่ละเจ้าดึงข้อมูลราคามาจากไหนบ้าง สัดส่วนเท่าไหร่มาจากประกาศขายจริง เท่าไหร่มาจากบทความเก่าที่ราคาอาจไม่อัปเดตแล้ว ตรงนี้แต่ละเจ้าไม่เหมือนกันและเปลี่ยนอยู่ตลอด สิ่งที่ควบคุมได้แน่นอนกว่าคือฝั่งข้อมูลทรัพย์ของเราเอง ว่าเขียนไว้ครบและชัดพอจะอธิบายส่วนต่างจากค่าเฉลี่ยหรือยัง

ตรวจตัวเองก่อน ว่าตอนนี้ทรัพย์ในมือพร้อมสู้กับตัวเลขจาก AI แค่ไหน

ก่อนจะไปแก้อะไร ลองหยิบทรัพย์ที่กำลังขายอยู่สักชิ้นมาตรวจตามตารางนี้ ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีต่อชิ้น

สิ่งที่ต้องเช็กผ่านคือแบบไหน
ประกาศขายบอกจุดที่ต่างจากทรัพย์ข้างเคียงไหมระบุชัดว่าต่อเติมแล้ว รีโนเวทปีไหน หรือมีจุดเด่นอะไรที่ห้องอื่นในตึกเดียวกันไม่มี
ราคาที่ตั้งมีคำอธิบายกำกับไหมมีเหตุผลสั้น ๆ ว่าทำไมราคานี้ ไม่ใช่ตัวเลขลอย ๆ อย่างเดียว
มีข้อมูลธุรกรรมจริงในตึกหรือซอยเดียวกันเก็บไว้ไหมมีราคาปิดขายจริงย้อนหลังอย่างน้อยสามรายการ พร้อมวันที่
รูปและรายละเอียดครบพอให้เห็นสภาพจริงไหมมีรูปทุกมุมห้องหรือทุกจุดของบ้าน ไม่ใช่แค่รูปหน้าตึกกับห้องนั่งเล่น
ข้อมูลค่าใช้จ่ายผูกพันชัดเจนไหมระบุค่าส่วนกลาง ค่าเช่าที่ดินถ้ามี ภาระผูกพันอื่น ไม่ปล่อยให้ลูกค้าเดาเอง
ถ้าถาม AI ว่าทรัพย์แบบนี้ในย่านนี้ราคาเท่าไหร่ ตัวเลขที่ได้ห่างจากราคาตั้งแค่ไหนรู้ตัวเลขไว้ล่วงหน้า และเตรียมคำอธิบายส่วนต่างไว้แล้วก่อนลูกค้าถาม

ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด เพราะถ้าคุณไม่เคยลองถามเอง ลูกค้าจะเป็นฝ่ายรู้ตัวเลขนั้นก่อนคุณเสมอ แล้วคุณจะกลายเป็นฝ่ายตั้งรับแทนที่จะเป็นฝ่ายอธิบายก่อน

ถ้าตกข้อแรกกับข้อสอง ให้แก้สองข้อนั้นก่อนอย่างอื่น เพราะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทรัพย์ของคุณถูกเทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยทั้งย่านโดยไม่มีอะไรยืนยันว่าทำไมมันควรต่างออกไป

ห้าขั้นตอนที่ทำเองได้ ไม่ต้องรอทีมการตลาด

หนึ่ง เขียนเหตุผลราคากำกับไว้ในทุกประกาศ

ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อทรัพย์หนึ่งชิ้น ต้องมีข้อมูลว่าทำไมราคานี้ถึงสมเหตุสมผล เช่น ต่อเติมส่วนไหนไปเท่าไหร่ เปลี่ยนระบบไฟหรือประปาปีไหน หรือที่ดินมีเอกสารสิทธิ์แบบไหนที่ดีกว่าทรัพย์ข้างเคียง

เขียนเป็นย่อหน้าสั้น ๆ แนบไว้ใต้ราคาในทุกช่องทางที่ประกาศขาย ทั้งเว็บของตัวเองและแพลตฟอร์มขายบ้านต่าง ๆ ประโยคง่าย ๆ อย่าง "ราคานี้รวมค่าต่อเติมครัวและห้องเก็บของที่ทำเพิ่มเมื่อสองปีก่อน มูลค่าประมาณสามแสนบาท" ให้ข้อมูลที่ระบบ AI พอจะหยิบไปใช้อธิบายส่วนต่างได้ ดีกว่าปล่อยให้เห็นแค่ตัวเลขราคาเปล่า ๆ

เหตุผลที่ข้อนี้สำคัญคือ ถ้าไม่มีใครเขียนอธิบายส่วนต่างไว้ที่ไหนเลย ระบบก็ไม่มีทางรู้ว่าทำไมทรัพย์นี้ควรแพงกว่าค่าเฉลี่ย มันจะเอนเอียงไปทางตัวเลขกลาง ๆ เสมอ

ดูยังไงว่าได้ผล ลองถาม AI ถึงราคาทรัพย์แบบเดียวกันในย่านเดียวกันอีกครั้งหลังผ่านไปสักพัก ถ้าคำตอบเริ่มมีการพูดถึงปัจจัยที่คุณเขียนไว้ เช่น เรื่องต่อเติมหรือเอกสารสิทธิ์ แปลว่าเริ่มถูกอ่านแล้ว

สอง เก็บฐานข้อมูลราคาปิดขายจริงในมือตัวเอง

ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงตั้งไฟล์ครั้งแรก แล้วอัปเดตทุกครั้งที่มีดีลปิด สิ่งที่ต้องมีคือรายการที่คุณหรือเพื่อนร่วมวงการเคยปิดขายจริงในย่านเดียวกัน พร้อมวันที่และรายละเอียดคร่าว ๆ ของทรัพย์

ไฟล์นี้ไม่ต้องซับซ้อน ทำเป็นตารางในสเปรดชีตก็พอ คอลัมน์หลักคือที่ตั้ง ขนาด ราคาที่ปิดจริง วันที่ปิด และจุดเด่นหรือจุดด้อยของทรัพย์นั้น ยิ่งเก็บสะสมนานเท่าไหร่ ยิ่งมีของจริงไว้แย้งตัวเลขที่ลูกค้าเอามาถามมากขึ้นเท่านั้น

เวลาลูกค้าอ้างตัวเลขจาก AI มา คุณจะได้ไม่ต้องเถียงด้วยความรู้สึก แต่หยิบราคาปิดขายจริงสามสี่รายการล่าสุดในซอยเดียวกันมาวางเทียบให้ดู ซึ่งเป็นข้อมูลที่ AI เข้าไม่ถึงเพราะไม่เคยถูกเผยแพร่ที่ไหนเป็นสาธารณะ

ดูยังไงว่าได้ผล เมื่อลูกค้าเห็นตัวเลขปิดขายจริงแล้วเปลี่ยนคำถามจาก "ทำไมแพงกว่าที่ AI บอก" เป็น "แล้วทรัพย์นี้ต่างจากรายการที่ปิดไปยังไง" แปลว่าบทสนทนากลับมาอยู่บนพื้นฐานที่คุณคุมได้แล้ว

สาม เตรียมสคริปต์ตอบตอนลูกค้ายกตัวเลขจาก AI มาอ้าง

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการเขียน ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรนอกจากกระดาษกับปากกา

เขียนคำตอบมาตรฐานสักสามสี่แบบสำหรับสถานการณ์ที่ลูกค้าบอกว่า AI ประเมินราคาไว้ต่ำกว่า เช่น "ตัวเลขนั้นเป็นค่าเฉลี่ยของย่านนี้ทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งห้องที่ไม่ได้ต่อเติมและห้องที่วิวปิดด้วย ขอพาไปดูสามรายการที่ปิดขายจริงเดือนที่ผ่านมาเทียบให้ดูก่อน" คำตอบแบบนี้ไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่ลูกค้าถืออยู่ แต่ชี้ให้เห็นว่าตัวเลขนั้นหยาบกว่าทรัพย์จริง

สิ่งที่ต้องเลี่ยงคือการตอบแบบดูถูกเครื่องมือที่ลูกค้าใช้ เพราะจะทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้รับความจริงใจ ให้ยอมรับว่าตัวเลขนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แล้วค่อยอธิบายว่าทรัพย์ชิ้นนี้ต่างจากค่าเฉลี่ยตรงไหนบ้าง

ดูยังไงว่าได้ผล ลองสังเกตว่าหลังใช้สคริปต์นี้ไปสักเดือน จำนวนลูกค้าที่ยังยืนยันจะต่อรองที่ตัวเลข AI อย่างเดียวโดยไม่ฟังเหตุผลเพิ่มลดลงหรือไม่

สี่ ทำให้ประกาศขายมีรายละเอียดที่ตอบคำถามเชิงเงื่อนไข

ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงต่อทรัพย์หนึ่งชิ้น ต้องรู้ก่อนว่าคำถามที่ลูกค้าใช้ถาม AI มักมีเงื่อนไขแนบมาด้วยเสมอ เช่น ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแค่ไหน ที่จอดรถกี่คัน ชั้นที่เท่าไหร่ วิวเป็นแบบไหน

ให้เขียนรายละเอียดพวกนี้ลงในประกาศให้ครบ แทนที่จะเขียนกว้าง ๆ ว่า "ทำเลดี ใกล้รถไฟฟ้า" ให้เขียนว่า "เดินจากสถานีประมาณเจ็ดนาที มีที่จอดรถส่วนตัวหนึ่งคัน ห้องอยู่ชั้นสิบสอง วิวเปิดไม่บังตึกอื่น" เพราะนี่คือคำที่ลูกค้าจะพิมพ์ถาม AI พอดี ๆ

ยิ่งประกาศมีคำตอบสำหรับคำถามเชิงเงื่อนไขครบเท่าไหร่ โอกาสที่ระบบจะดึงข้อมูลของคุณไปประกอบคำตอบก็มากขึ้นเท่านั้น แทนที่จะถูกมองข้ามเพราะไม่มีข้อมูลให้จับคู่กับคำถาม

ดูยังไงว่าได้ผล ลองถาม AI ด้วยคำถามเชิงเงื่อนไขที่ตรงกับทรัพย์ของคุณ เช่น ระบุระยะจากรถไฟฟ้าและจำนวนที่จอดรถ ถ้าคำตอบเริ่มพูดถึงรายละเอียดที่ตรงกับที่คุณเขียนไว้ แปลว่าเริ่มถูกนำไปใช้แล้ว

ห้า แจ้งราคาปิดขายจริงให้ลูกค้าเก่าและเครือข่ายรับรู้อย่างสม่ำเสมอ

ใช้เวลาประมาณสิบนาทีทุกครั้งที่ปิดดีล ไม่ต้องเปิดเผยชื่อผู้ซื้อผู้ขาย แค่บอกทำเลคร่าว ๆ ขนาด และราคาที่ปิดจริง

ส่งข้อมูลนี้ผ่านช่องทางที่คุณสื่อสารกับลูกค้าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นไลน์กลุ่มหรือเพจ เพราะนอกจากจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณเองแล้ว ข้อมูลราคาปิดขายจริงที่เผยแพร่ต่อเนื่องแบบนี้ก็มีโอกาสถูกเก็บไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในระยะยาวด้วย ต่างจากตัวเลขประเมินที่ไม่มีธุรกรรมจริงรองรับ

ข้อนี้เป็นงานสะสม ไม่เห็นผลทันที แต่ยิ่งทำต่อเนื่อง ยิ่งมีร่องรอยราคาจริงในย่านที่คุณดูแลมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเลขเฉลี่ยจาก AI ไม่มีทางแม่นเท่า

ดูยังไงว่าได้ผล นับจำนวนครั้งที่ลูกค้าใหม่พูดว่าเห็นราคาปิดขายที่คุณเคยแชร์ไว้ ถ้าเริ่มมีคนพูดถึงบ่อยขึ้น แปลว่าข้อมูลของคุณเริ่มกลายเป็นจุดอ้างอิงในย่านนั้นจริง

อะไรที่ยังไม่ต้องรีบทำ

วงการอสังหาริมทรัพย์ตอนนี้มีเครื่องมือ AI ประเมินราคาออกมาขายเยอะมาก ผมเข้าใจว่านายหน้าหลายคนกลัวตกขบวน แต่สี่อย่างนี้ยังรอได้

ยังไม่ต้องรีบซื้อระบบประเมินราคาอัตโนมัติราคาแพง เครื่องมือกลุ่มนี้มีประโยชน์จริงในบางกรณี แต่ค่าสมัครรายเดือนไม่ถูก และความแม่นยำยังต่างกันมากในแต่ละทำเล ให้เริ่มจากฐานข้อมูลราคาปิดขายจริงที่คุณเก็บเองก่อน ซึ่งแม่นกว่าสำหรับย่านที่คุณดูแลอยู่แล้ว

ยังไม่ต้องรีบปรับราคาตามตัวเลขที่ AI บอก ตัวเลขนั้นเป็นค่าเฉลี่ยหยาบที่ไม่รู้จักทรัพย์ชิ้นนั้นจริง การลดราคาตามเพียงเพราะกลัวลูกค้าไม่โทรมา อาจทำให้คุณขายต่ำกว่ามูลค่าจริงโดยไม่จำเป็น ให้ยึดข้อมูลธุรกรรมจริงเป็นหลักเสมอ

ยังไม่ต้องรีบทำเว็บไซต์ใหม่ทั้งเว็บ หน้าตาเว็บเก่าเป็นปัญหาจริง แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ตัวเลขราคาของ AI คลาดเคลื่อนจากทรัพย์คุณ ถ้างบมีจำกัด ให้ลงกับการเขียนรายละเอียดประกาศให้ครบก่อน เว็บสวยไว้ทีหลังได้

ยังไม่ต้องรีบเถียงกับลูกค้าเรื่องความแม่นยำของ AI การพยายามพิสูจน์ว่าเครื่องมือที่เขาใช้ผิดพลาดแค่ไหน มักทำให้บทสนทนากลายเป็นการเถียงกันแทนที่จะเป็นการซื้อขาย ให้ใช้ข้อมูลจริงนำทางแทนการโต้แย้งตรง ๆ

เริ่มตรงไหนอาทิตย์นี้

ถ้าอาทิตย์นี้มีเวลาว่างสักสามชั่วโมง ให้ทำสองอย่างก่อน

อย่างแรก หยิบทรัพย์ที่กำลังขายอยู่ตอนนี้มาสักสองสามชิ้น ลองถาม AI ว่าทรัพย์แบบนี้ในย่านนี้ราคาเท่าไหร่ แล้วจดตัวเลขที่ได้ไว้ เทียบกับราคาที่คุณตั้งขาย เพื่อรู้ล่วงหน้าว่าถ้าลูกค้าถามมา ส่วนต่างอยู่ตรงไหนและต้องอธิบายอะไรบ้าง

อย่างที่สอง เริ่มตั้งไฟล์เก็บราคาปิดขายจริงของทรัพย์ที่คุณเคยดูแลมา ใส่ข้อมูลย้อนหลังเท่าที่จำได้ก่อน แล้วอัปเดตทุกครั้งที่มีดีลใหม่ปิด นี่คือของที่ AI ไม่มีทางแม่นเท่าคุณ เพราะเป็นข้อมูลที่ไม่เคยถูกเผยแพร่ที่ไหนเป็นสาธารณะ

เรื่องนี้ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าให้กลับไปเชื่อคุณทันที ตัวเลขจาก AI จะยังเป็นจุดเริ่มต้นของการคุยต่อไปอีกพักใหญ่ แต่การมีข้อมูลจริงรองรับไว้ล่วงหน้าจะทำให้คุณเป็นฝ่ายกุมบทสนทนา แทนที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับตัวเลขที่ลูกค้าถืออยู่ในมือ

อ่านต่อ

ลูกค้าถาม AI24 ส.ค. 2569 · อ่าน 10 นาที

ผ้าม่านซักแห้งได้ไหม ลูกค้าถาม AI ก่อนโทรเรียกร้านซักรีด

ลูกค้าร้านซักรีดเริ่มถามผู้ช่วย AI ว่าผ้าม่านของตัวเองซักแห้งหรือซักน้ำได้ก่อนโทรจองคิว บทความนี้อธิบายกลไกและวิธีทำให้ร้านถูกอ้างอิงในคำตอบนั้น

ลูกค้าถาม AI24 ส.ค. 2569 · อ่าน 10 นาที

ลูกค้าตัดหญ้ารายเดือนต่อรองราคาด้วยตัวเลขจาก AI รับมือยังไง

ลูกค้าเก่าเริ่มอ้างราคาตลาดที่ AI บอก มาต่อรองค่าตัดหญ้ารายเดือน บทความนี้อธิบายกลไกและวิธีตอบให้อยู่หมัดโดยไม่ต้องลดราคาทันที

ลูกค้าถาม AI24 ส.ค. 2569 · อ่าน 10 นาที

ลูกค้าถาม AI เทียบเสียงลำโพงสองรุ่น ก่อนเดินเข้าร้านคุณ

ลูกค้าเดินเข้าร้านพร้อมคำตอบจาก AI อยู่แล้วว่ารุ่นไหนเสียงดีกว่า ทั้งที่ยังไม่เคยฟังจริง เรื่องนี้แก้ได้ด้วยข้อมูลที่ร้านคุณทำเองได้